RSS

Monthly Archives: เมษายน 2016

การป้องกันโรคมะเร็งด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ธเนศ พงศ์ธีรัตน์

บทคัดย่อ            การทำลายเซลล์โดยเฉพาะที่ดีเอ็นเอโดยสารอนุมูลอิสระและพวก reactive oxygen species (ROS) พบว่ามีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดโรคมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระจากภายนอก     จึงน่าจะสามารถป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดจากการทำลายเซลล์โดยสารอนุมูลอิสระได้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารเสริมจำพวกสารต้านอนุมูลอิสระจะ                สามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในคนได้ รายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทของสารต้านอนุมูลอิสระในการป้องกันโรคมะเร็ง

คำสำคัญ: การป้องกันโรคมะเร็ง สารอนุมูลอิสระ reactive oxygen species สารต้านอนุมูลอิสระ

ภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ต.หลักหก ปทุมธานี 12000

ดาวน์โหลดได้ที่; http://thailand.digitaljournals.org/index.php/TCJ/article/view/30479

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 22, 2016 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ต้นทุนต่อหน่วยและจุดคุ้มทุนของการให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเชิงรุก ด้วยรถถ่ายภาพรังสีเต้านมชนิดเคลื่อนที่ (Mammography Mobile Unit)

สุดธิณีย์  หฤทัยเปรมปรีดิ์1 

สมชาย  ธนะสิทธิชัย1

อรรถสิทธิ์  ศรีสุบัติ2

อาคม  ชัยวีระวัฒนะ1

ลำยอง  ไกรฤทธิชัย1

 

บทคัดย่อ               มะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในสตรีไทย การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรม ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้ แต่ด้วยข้อจำกัดของจำนวนและการกระจายของเครื่องแมมโมแกรม ภาระงานของงานรังสีวินิจฉัย หรือถิ่นที่อยู่อาศัยและความจำเป็นในการทำงานเพื่อดำรงชีพของประชาชนไม่เอื้อต่อการเข้าถึงบริการ รถถ่ายภาพรังสีเต้านมชนิดเคลื่อนที่ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการให้แก่ประชาชน แต่ยังไม่เคยมีการศึกษาต้นทุนต่อหน่วย ความคุ้มทุน และผลลัพธ์ของการคัดกรองด้วยวิธีนี้ในประเทศไทย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนต่อหน่วย จุดคุ้มทุน และผลของการให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเชิงรุกด้วยรถถ่ายภาพรังสีเต้านมชนิดเคลื่อนที่ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์ต้นทุนแบบมาตรฐาน ในมุมมองผู้ให้บริการ รวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และการศึกษาย้อนหลัง ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนต่อหน่วยเท่ากับ 4,142.21 บาท จุดคุ้มทุนคือจำนวนผู้รับบริการ 75,359 ราย อัตราการตรวจพบมะเร็งเต้านมในภาพรวม และในสตรีที่อายุ <39 ปี คิดเป็น 7.445 และ 5.995 ต่อหนึ่งพันประชากร ตามลำดับ รถถ่ายภาพรังสีเต้านมชนิดเคลื่อนที่ มีต้นทุนต่อหน่วยสูงเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรายการต้นทุนมาตรฐานที่ปี พ.ศ.2552 เนื่องจากมีต้นทุนค่าลงทุนและค่าแรงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การให้บริการด้วยวิธีนี้ทำให้พบว่าอัตราการตรวจพบมะเร็งเต้านมในสตรีที่อายุ <39 ปี เพิ่มสูงขึ้น(สัดส่วน 3.8:1) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการป้องกันต่อไป โดยการรณรงค์ให้สตรีกลุ่มอายุ <39 ปี ตระหนักที่จะตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ และหากพบความผิดปรกติของเต้านม ควรไปพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรม เพื่อตรวจและประเมินความผิดปรกติ ควรมีกลยุทธ์หรือกลวิธี เพื่อเพิ่มจำนวนผู้รับบริการ ร่วมกับการปรับอัตราค่าบริการ ซึ่งทางเลือกที่เป็นไปได้ที่จะทำให้คุ้มทุนภายในระยะเวลา 10 ปี คือ ควรมีจำนวนผู้รับบริการปีละ 5912 ราย ร่วมกับปรับอัตราค่าบริการขั้นต่ำสุด จาก 1,700 บาท เป็น 1,860 บาท นอกจากนี้ ควรมีแนวทางเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันลงหรือไม่ให้เพิ่มขึ้นในอนาคต

 

คำสำคัญ: รถถ่ายภาพรังสีเต้านมชนิดเคลื่อนที่, การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเชิงรุก, ต้นทุนต่อหน่วย

1สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

 

ดาวน์โหลดได้ที่; http://thailand.digitaljournals.org/index.php/TCJ/article/view/30467

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 22, 2016 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , ,

โปรแกรมการดูแลช่องปากและการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับการฉายรังสี หรือได้รับการฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด

ลักขณา เสาเวียง

ธราดล เก่งการพานิช

สุปรียา ตันสกุล

มณฑา เก่งการพานิช

 

บทคัดย่อ              การดูแลช่องปากให้สะอาดชุ่มชื้นและรับประทานอาหารให้เพียงพอของผู้ป่วย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ของการรักษามะเร็งศีรษะและคอด้วยการฉายรังสี หรือฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลช่องปากและการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับการฉายรังสี หรือได้รับการฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด ที่ประยุกต์แนวคิดการรับรู้ความสามารถตนเอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยนอกของแผนกการพยาบาลผู้ป่วยรังสีรักษา โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี จำนวน 28 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆละ 14 ราย ผู้ป่วยกลุ่มทดลองเข้าร่วมกิจกรรมของโปรแกรม จำนวน 5 ครั้ง เป็นกิจกรรมรายบุคคล 2 ครั้ง และกลุ่ม 3 ครั้ง ประกอบด้วยการสาธิต ฝึกทักษะ ใช้ตัวแบบ ใช้คำพูดชักจูงใจ กระตุ้นอารมณ์ทางบวก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้จากคู่มือ เพื่อส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเอง ความคาดหวังผลดี และการปฏิบัติพฤติกรรมการดูแลช่องปากและการรับประทานอาหาร กลุ่มเปรียบเทียบได้รับการดูแลตามปกติของโรงพยาบาล รวบรวมข้อมูลก่อนและหลังการทดลองด้วยแบบสัมภาษณ์ ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถตนเองและความคาดหวังผลดีของการดูแลช่องปากและการรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนการทดลอง (P=0.000, P=0.002 ตามลำดับ) และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (P=0.001) นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการดูแลช่องปากและการรับประทานอาหารที่ดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (P=0.000) ดังนั้น สถานบริการสาธารณสุขที่มีบริบทคล้ายคลึงกันสามารถนำโปรแกรมดังกล่าวไปใช้เพื่อส่งเสริมภาวะโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับการฉายรังสี หรือได้รับการฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัดได้

คำสำคัญ: โปรแกรมการดูแลช่องปากและการรับประทานอาหาร การรับรู้ความสามารถตนเอง มะเร็งศีรษะและคอ การฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด

ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดได้ที่;  http://thailand.digitaljournals.org/index.php/TCJ/article/view/30458

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 22, 2016 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , ,

Adrenocortical Carcinoma: A Case Report

by        Chutima Paiboon, MD1

          1Department of Radiology, UbonRatchathaniCancerHospital

Abstract   Adrenocortical carcinoma (ACC) is a rare malignancy. It can be divided into two major subtypes; functioning and non-functioning tumor depending on the capability of hormone production. Patients with functioning tumors may present clinical symptoms related to hormone overproduction such as Cushing’s syndrome, which is the result of overproduction of cortisol. On the other hand, patients with non-functioning tumor usually present symptoms related to mass effect from the tumor such as abdominal discomfort, palpable abdominal mass, or be suffering from dyspepsia, which was found to be the case for the patient in this report.

             We report a case of a 61-year-old Thai male who had been complaining of worsening dyspepsia for 2 months. Abdominal ultrasound showed a large left suprarenal mass. CT scan of the chest and upper abdomen showed a 9-cm heterogeneous enhancing mass at the left adrenal gland. There were multiple liver metastases and metastatic osteolytic lesions involving the spine, rib and iliac bone. Apart from this, thrombus in IVC and left renal vein and pulmonary embolism were also identified. He underwent left adrenalectomy and liver biopsy. The histopathological results revealed adrenocortical carcinoma and liver metastases. He was subsequently treated with systemic chemotherapy and palliative radiation at the lumbar spine.

          This report presents the spectrum of clinical manifestation of the patient with non-functioning ACC which can present with nonspecific dyspepsia secondary to underlying growing abdominal tumor. They potentially have metastases at an initial presentation, which carry a poor prognosis.

Keywords: adrenocortical carcinoma, adrenal mass, diagnosis

ดาวน์โหลดได้ที่;  http://thailand.digitaljournals.org/index.php/TCJ/article/view/30454

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 22, 2016 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , ,